a ka kung's profileแอมเอก้าคุง™PhotosBlogLists Tools Help

A Ka kung binahook

แอมเอก้าคุง™



 


คุณแวะชมเป็นคนที่   จำนวนผู้แวะชม Space   ครับ

24 July

ขอบคุณคร้าบบบ

 

 

   
 

...ร้ากจริง ร้ากจัง ร้ากกัน ร้ากไหม ร้ากมาก ร้ากมาย ร้าก Offza คนเดียว...

          วุ่นๆ กะการนั่งทำของขวัญวันเกิดอยู่เกือบทั้งบ่าย จริงๆ ก็ไม่ได้ทุ่มเวลาทั้งหมดหรอก นั่งดูหนังไปด้วยอ่ะ (555+) ก็วันก่อนเช่าหนังมาดูเต็มเลยอ่ะ อย่างเมื่อคืนก็ทั้งฮาทั้งเศร้า โห่ อ่อนไหวจริงหว่ะ ดูเสร็จก็คัดๆ เพลงเพื่อไรท์เป็นของขวัญวันเกิดให้พี่คนนึงอยู่ ตื่นมาก็มาดูหนังต่อ บ่ายๆ ก็ยังดูอยู่ แต่ก็นั่งๆ ทำปกซีดีไปด้วย (อ้า..เห็นมะ สามารถๆ) หลังจากที่ร่างๆ ปกซีดีอยู่นานก็ได้การ์ตูนลายเส้นแบบเดิมที่ถนัด แต่ปรับเปลี่ยนไรนิดหน่อยก็ออกมาเป็นปกซีดีเห่ยๆ ทั้ง 2 กล่องเรียบร้อยละ แหมดีใจกะความอัจฉริยะในการทำลายศิลปะของตัวเองอยู่ได้ไม่นานก็มีเสียงโทรศัพท์ดังนั้น อืมม จากไอ้ก้อยจังอ่ะ ประมาณว่าเย็นนี้ทำตัวให้ว่าง ทุ่มนึงไอ้อ๊อฟมานชวนไปกินเนื้อย่าง อืมม ว่าไปอย่างนี้ก็โอเคนะ แต่ก่อนถ้าชวนไปกินเนื้อย่างรึไปเที่ยวไรกันทีหนิก็จะต้องถามก่อนว่ามีใครไปบ้าง ภาวะการณ์ไม่เอื้อต่อการกินก็จะเซบายก่อนง่ายๆ แต่นี่เหลือเพื่อนที่คบกันไม่กี่คนไอ้กลุ่มที่เราเบื่อหนังหน้ามันก็หนีหายไปกันหมดละ จึงไม่ต้องมีคำถามกลับแค่กลับมาถามตัวเองว่าอยากไปรึเปล่า ว่าไปก็ไม่ได้ไปกินเนื้อย่างกะพวกนี้นานละ นัดคืนนี้จึงเป็นอันตกลง (เมิงเคยปฏิเสธได้ด้วยหรอ ??)

          จากนั้นก็เร่งมือทำให้ร่างปกซีดีห้ายเป็นของจริง ตกแต่งไรให้เรียบร้อย แหมดีนะที่เราเรียนวิทย์คอม ไม่งั้นถ้าเกิดไปอยู่ซะแถวๆ ศิลปกรรมคงอับอายขายขี้หน้าแบบทั้งคณะไม่มีคนคบแหงๆ อ่ะ เอาว่ะทำไปแล้วอ่าเร่งๆ ดีก่าทุ่มกว่าแล้วด้วยอ่ะ ไปก็แวะส่ง ตังค์ 1 ใน 4 ของร้อยสุดท้ายที่ติดกระเป๋าจึงถูกแบ่งไปเป็นค่ากล่องและค่าส่ง เง้อ แล้วตูจาเอาตังค์ไหนไปออกค่าเนื้อย่างก่าเพื่อนว่ะหนิ

          ไม่กี่อึดใจจากบิ๊กเจียงก็ถึงร้านนมน้าแขกด้วย ว้าเหว่ (WAVE) แซด (sad) คู่ใจ แหม่อยากรู้เจงๆ ใครเป็นคนตั้งชื่อมอไซค์ยี่ห้อนี้รุ่นนี้อ่ะ ทั้งว้าเหว่ ทั้งเศร้า(sad) ได้สมใจเจงๆ ตั้งแต่ออกมายังหาแฟนมานั่งด้วยไม่ได้เลย สงสัยว่าต้องเปลี่ยนรถก่อนมั้งเนี่ยถึงจามีแฟนก่าเขาบ้างอ่ะ ถึงร้านทุกคนก็ฉีกยิ้มสง่างามกว่า Miss Thailand ทุกๆ ปี โห่ ไรนักหนาอ่ะก็แค่มาสายชั่วโมงเดียวแค่นี้เอง (แหนะมานไม่สำนึกผิดครับ) แล้วเราก็เคลื่อนทัพไปถล่มที่กิ่งแก้วเนื้อย่างเกาหลี งานนี้ไปกัน 4 คน เรา ก้อย อ๊อฟ แล้วก็แฟนใหม่อ๊อฟ เง้อ ชวนมากินเนื้อย่างพร้อมเปิดตัวแฟนใหม่ ประทับใจมานเจงๆ เพื่อนๆ มานก็โสดทั้งนั้น ทำกันได้... ให้วิจารณ์หรอ เง้อ ไม่ถนัดเลยหว่ะ อืมม ก็โอนะ ถึงจาไม่หล่อ แต่ก็ดูเรียบร้อยใช้ได้เหมาะยิ่งที่จะเป็นที่กดขี่ของเรา (555+) อย่างน้อยก็ดีกว่ารายก่อนอ่ะ เง้อวิจารณ์ละก็เข้าตัว ... ตูม่ายมีแฟน

          กินซะจุใจ ใส่ทุกอย่างไม่ยอมให้ท้องมีช่องว่าง แล้วก็ถึงคราวสารถาพ "อืมม.. เพื่อนๆ คือว่าเรามีตังค์ติดกระเป๋าอยู่ 75 บาทอ่า มื้อนี้ใครจาออกเพิ่มให้เราหรอ" (เอ้ย! มันสามารถหว่ะ นับถือๆ) แล้วพอจ่ายตังค์ อ๊อฟมานก็จ่ายของมันคนเดียว โห่ สมแล้วที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติ รักแกเจงๆ อ่ะ ว่าแต่ว่าพรุ่งนี้ มะรืน และวันต่อๆ ไปก่อนจาถึงสิ้นเดือน แกเลี้ยงอีกได้มั้ยอ่ะ (นะ ความคิดมัน) กลับห้องก็เลยแวะ up spaces ซะหน่อย ลงเพลงใหม่ด้วยอ่ะ ยิบปี้เฮ้ ลงเพลงหลายๆ เพลงได้แล้วอ่ะ แถมส่ายแบนเนอร์เป็นชื่อของเพลงได้ด้วย เพลงไรมั่งก็ลองๆ เลื่อนๆ ดูละกันอุตส่าห์ขนมาลงให้ละ ง้านเวลาถัดจากนี้ขอตัวไปดูหนังต่อละนะ (เจริญจริง มานจาสอบพรุ่งนี้อยู่แล้วนะหนิ นับถือมันอีกรอบครับงานนี้)

 

 

 

 
 
21 July

ได้ยิ้มอีกแล้วดิ

 

 

   
 

...แฟนหนุ่มเดินเข้ามาแล้วก็จากไป แต่เพื่อนสาวนั้นไซร้อยู่ยั้งยืนยง...

            วันนี้แม่ค้าร้านกับข้าวหนีหน้าที่ออกไปเที่ยว ตีหนึ่งความหวังเพียงร้านเดียวที่หากินได้ใกล้สุดในบริเวณหอก็มีแค่นี้ จากลับมานอนก็คงไม่ไหว เลยตัดสินใจลุยเองซะเลย ได้ข้าวไข่เจียวมาจานนึง ไม่รู้ว่าตัวเองเจียวไข่ได้อร่อยขึ้นรึหิวจนอะไรก็อร่อยไปหมดก็ไม่รู้... 
          กลับมาถึงห้องก็ไม่รู้จาทำอะไร เน็ทช้าๆ ไงไม่รู้ ออน M ก็ได้แป้บๆ ไม่ทันได้คุยกะใครก็หลุด เลยมานั่งเปิด MV นั่นนี่ดูไปเรื่อย เลยไปเจอ MV นึงเข้าน่ารักโคตรๆ อ่ะ ความคิดนึงก็แว้บๆ มา เอาเพลงนี้ไปลง space เราดีก่า แปลงไรเสร็จก็มานั่งเลือกรูป อ่าไปเจอรูปนึงเข้าฝีมือถ่ายเพื่อนสาวโคตรซี้ของเราเลย ดูๆ ไปก็เท่ๆ ดีอีกแบบ จับตัดนิดแต่งอีกหน่อยๆ ก็ได้ภาพพื้นหลังละ ลุยหล่ะคับงานนี้  
          บ่ายของเมื่อวานมีคนชวนไปดู แก๊งชะนีกับอีแอบ มา น่ารักโคตรๆ อ่ะ ข้างๆ ก็เซเลอร์มูนเพียบเลย เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่ขอบอกว่าชอบๆ ไม่รู้ดินั่งดูไปยิ้มไป ยอมรับว่าเพลงประกอบหนังอ่ะเพราะมากอยากได้ๆ โดยเฉพาะเพลงที่ฮัมเอาอ่ะไม่รู้ว่าเป็นเพลงทำไมต้องเธอรึเปล่า แต่ได้อารมณ์ดีมากๆ ในเรื่องมีเคสดีๆ ตั้งหลายรอบแต่มีตอนนึงอ่ะชอบจริงๆ ตอนที่แม่บอกช่วงที่ทำขนมอ่ะว่า "ก็ส่วนผสมมันผิดตั้งแต่ต้นทำต่อก็กินไม่ได้หรอก" โห่ โดนอ่ะคับ แต่ละคู่ก็แต่ละมุมความรักดูน่ารักๆ ไปหมด เดินออกจากโรงด้วยอาการมีสุขจริงๆ เฮ้อ ดูแล้วอยากมีแฟนบ้างอ่า อยากมีรักแบบน่ารักๆ ซักครั้งดูจัง ใครจาช่วยเราได้มั่งหว่า ??? 
           อืมม... แต่ว่าไป สมัยเราเรียนมัธยมปลายเราก็โดนเพื่อนคนนึงกอดแบบนั้นเหมือนกันไม่รู้สิว่าตอนนั้นเขาคิดอะไร นึกแล้วมันก็ตลกดี ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นเป็นช่วงใกล้ๆ จะปีใหม่มั้ง เราอยู่ห้องเดียวกัน
ถ้าจำไม่ผิดอีกเช่นกันน่าจะอยู่แถวๆ ระเบียงอาคาร 2 ชั้น 2 ไม่ๆๆๆ อาคาร 1 ดิ เลยหน้าห้องปกครองมาหน่อยนึง เค้าเดินตามหลังเรามาได้ซักพักแล้วอ่ะ ช่วงห่างไม่เท่าไหร่ พอห่างๆ ตาคนหน่อยเค้าก็เข้ามากอดเราเลยเหมือนในหนังเปะๆ เลยอ่ะ ไอ้เราก็หยุดเดินต่อไม่รู้สิว่าทำไมต้องหยุดด้วยในตอนนั้น แต่อยากบอกว่ารู้สึกดีเป็นบ้าเลย ดูอบอุ่นแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน(พุ่นเดะ) จริงๆ ก็ไม่เคยบอกมันหรอกว่าแอบชอบมันตั้งแต่สมัย ม.ต้น แล้วอ่ะ แต่จนแยกกันก็ไม่เคยบอกมันเลยอ่ะ กลับไปบอกตอนนี้จะทันมั้ยหว่า

 

 

 
 
18 July

หวัดดีนิวเอก้าคุง

 

 

   
 

หวัดดีนิวเอก้าคุง

          ว่ากันไว้ว่า หากเราไม่ยิ้มให้กระจก กระจกเองก็คงไม่ยิ้มกลับมาหาเราแน่ๆ หากอยากให้ใครยิ้มกะเรา เราเองก็ต้องยิ้มให้ใครเขาก่อน แต่หากแม้เราเองยังไม่ประทับใจในยิ้มของตัวเอง แล้วใครที่ไหนอ่าจามามอง

          นับเป็นเวลาพักใหญ่ๆ ที่เราใช้เวลากะการใส่ใจตัวเองบ้าง หลังจากปล่อยหน้าที่นี้ไปนานโดยไม่ได้รู้ซึ้งถึงค่าในตัวเองมาเลย อย่างที่ในเรื่อง Miss Congeniality บอกแหละว่าคนเราย่อมสนใจคนที่ใส่ใจในตัวเอง เพราะหากแม้ตัวเองยังไม่เคยเห็นค่าในตัวเองแล้ว ใครหน้าไหนมันจามามองว่าเราดี และอีกเช่นกันหากเป็นอย่าง หนังเรื่อง What A Girl Wants แล้วคงต้องสนับสนุนความน้อยใจของนางเอกที่พูดว่า ถ้าหากเราดีจริง สักวันนึงพ่อก็คงมารับเรากับแม่แน่ๆ ไม่รู้ในหนังบอกแบบนี้รึเปล่า แต่มันความหมายราวๆ นี้อ่ะ แล้วก็เชื่ออีกแน่ว่าพระเอกที่ยังคงรอได้ไม่มีเปลี่ยนแปลงก็คงมีแต่ใน A lot like love เท่านั้นอ่ะ เง้อแต่รู้สึกเรื่องสุดท้ายนี่จาไม่เข้าเท่าไหร่แฮะ เอาน่าเอาเป็นว่าอย่างที่เราเคยสอนๆ คนอื่นอ่ะ คราวนี้เก็บคำสอนมาใช้กะตัวเองบ้าง แค่คนๆ เดียวที่มันไม่ได้มองเห็นค่าของเรา ทำไมเราจะต้องทำตัวให้แย่จนอีกหลายๆ คนที่กำลังเข้ามามองเราแย่ตามนั้นไปด้วยหล่ะ ว่าแล้วก็ถึงเวลาพักฟื้น และซ่อมแซมบ้านครั้งใหญ่

           ที่หายๆ ไปอ่ะ หายไปไหนบ้างอ่ะ ??  ... อืมมม ตอนนี้อยู่คนเดียวเลยเหมาะหน่อยกับอะไรหลายๆ อย่าง ใช้เวลาว่างๆ ไปกับการจัดห้อง ซื้อต้นไม้เข้ามาเลี้ยง ช่วยได้เยอะนะ เช้าๆ ตื่นมาเจอกะต้นไม้ในห้องเราเองก่อนอ่ะ เครียดๆ มองไปก็ทำให้ใจเย็นขึ้นมาบ้าง เรื่องนี้คงต้องขอบคุณพี่กัน คุณหมอ ER โรงพยาบาลหนองคายอ่า ยอมรับว่าชอบห้องพี่แกมากๆ ตื่นมาเจอกะสวนหย่อมเล็กที่ระเบียงพี่เขา มีบ่อปลาเล็กๆ โคตรรู้สึกดีเลย อืมม แบบว่าถ้าติดใจอย่างอื่นด้วยจาไปขอแวะๆ ค้างด้วยอีกจาได้มั้ยหว่า ....นอกนั้นก็ทำงาน ทำงาน ทำงาน หลังจากที่บริษัทยอมปล่อยงานให้ทำต่อก็ดูเหมือนงานจะเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ขาดมือ ขอบคุณครับผม playmobus ถ้ายังว่างอยู่หล่ะ อืมม ทุกบ่ายวันจันทร์ พุธ และอีก 1 วันเต็มๆ ของวันศุกร์ก็นี่เลยคุณครูอาสาสมัครโรงเรียนประถมสู้รบกับเหล่าบรรดาลิงซนๆ ซะทำให้ไม่ต้องคิดเรื่องอะไรเลยแหละตอนนี้คงใช้ประโยคเชยๆ ของนางงามด้วยอีกคนแหละว่า รักเด็กครับ เหลือจากนั้นก็ทุ่มเวลากะการดูแลตัวเอง กินให้จูเข้าไว้ นอนไม่ดึกมาก ออกกำลังกายให้หนักหน่อย หน้าท้องสวยๆ ที่เคยเป็นของเราจะต้องกลับมาในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน วันพระก็แวะๆ วัดวาบ้างครั้งคราวตามโอกาสที่สะดวก เย็นๆ ของวันที่ว่างก็หอบสมุดเล่มโปรดไปนั่งวาดการ์ตูนที่ชอบริมโขงที่ร้านนมร้านโปรด โห่ชีวิต เจ๋งกว่านี้ไม่มีอีกแล้วครับ

           ณ ตอนนี้เริ่มเห็นค่าของตัวเองขึ้นมาบ้างแล้วแหละอาจเพราะหลายๆ คนที่เข้ามาคุยๆ ด้วยในช่วงนี้ และก็คงบอกกะทุกๆ คนทั้งที่ชวนไปดูหนังบ้าง กินนมบ้าง รึพาไปกินร้านไอติมร้านโปรดบ่อยๆ ว่าขอบคุณมากๆ ละกันแต่ก็ยังยืนยันคำตอบเดิมอยู่ว่ายังไม่ได้พร้อม รึคิดที่จะตัดสินใจอะไรในตอนนี้ บ้านผมยังใหม่อยู่อ่าเป็นว่าขอชมบ้านใหม่ในสภาพสวยๆ หลังนี้ไปซักพักก่อน บอกตามตรงว่าคงยอมไม่ได้แน่ถ้าจะปล่อยให้ใครมาทำลายบ้านหลังนี้ลงซะเละอย่างที่ผ่านมา 


~ นิวเอก้าคุง ~

 
 
02 June

เช้าหลังคืนพายุหนัก

       
 
 

          ตลอดทั้งคืนที่ท้องฟ้า ไม่ยอมปล่อยให้มีแสงใดๆ มาบรรเทาความมืดมิด น่ากลัวของมัน เว้นเพียงแต่แสงสีขาวจ้า ของฟ้าแลบที่เหมือนจะทำให้เกิดความสว่างได้ทั่วฟ้า ขัดกับความมืดดำบ้างเป็นครั้งคราว ภายใต้ฟ้ำทมึนนี้ไม่มีเส้นเสียงใดๆ มาทัดทานกับเสียงที่แผดก้องของฟ้าร้องซึ่งวิ่งตามแสงอันสว่างจ้าของฟ้าแลบมาติดๆ อันทำให้ทุกสิ่งภายใต้ฟ้านั้นยิ่งดูนิ่งสงบขึ้นมากกว่าที่มันเคยเป็น
          ความมืดสนิทแต่ไม่เงียบสงบนี้ยังคงมีความหนาวเหน็บอันมาจากพายุลูกใหญ่ซึ่งโหมกระหน่ำโดยไม่มีทีท่าจะปราณี หรือลดหย่อนความน่ากลัวลงแม้แต่น้อย เม็ดฝนเม็ดน้อยใหญ่ที่มุ่งโจมตีในเกือบทุกทิศทางตามการบัญชาของแรงลม โดยแทบจะคาดการณ์ไม่ได้ว่าการโจมตีครั้งต่อไปจะเข้ามาในทิศทางใด
          ความเหน็บหนาว โหดร้าย และน่ากลัว ที่ผู้อาศัยใต้เปลือกฟ้าใบนี้ได้สัมผัสมาตลอดค่ำคืนทำให้ยากที่จะเชื่อว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงจะได้เจอแสงแรกของเช้าที่สดใส
          จริงอยู่ จากความโหดร้าย ซึ่งได้กระทำกับผู้ที่อยู่ภายใต้ท้องฟ้านั้นสัมผัสตลอดทั้งคืน อาจทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าเวลาที่เท่าๆ กับคืนก่อนๆ มีความเนิ่นนานเพิ่มขึ้นอีกไม่รู้กี่เท่าตัว เมื่อใดกันความน่ากลัวนี้จะถึงจุดจบ เมื่อไหร่ความเหน็บหนาวจะบรรเทาลงมาบ้าง แล้วตอนไหนจะถึงจุดสิ้นสุดของความทรมานที่แสนจะยาวนานนี้เสียที แต่เมื่อเวลาผ่านจนได้สัมผัสกับแสงแรกของเช้าวันใหม่ก็แทบจะไม่เหลือเค้าให้เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างเมื่อคืนที่ผ่านมา ความเนิ่นนาน เลวร้าย และเหน็บหนาวที่พบเจอเมื่อคืน แทบจะไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ให้ได้จดจำ มีเพียงฟ้าที่ใสๆ ท้องฟ้าเปิดโล่ง เนื่องจากเมฆทั้งหมดได้ถูกละลายไปกับค่ำคืนที่มืดดำไปจนหมดสิ้น ต้นไม้ใบหญ้าแข่งกันอวดสีใบที่เขียวสดอย่างดูสบายตา อากาศที่สดชื่นได้เข้ามาแทนทุกความโหดร้ายที่ได้เคยสัมผัสอย่างหมดสิ้น
แล้วเช้าหลังคืนพายุหนักของเราหล่ะ ?
          คงไม่ได้บอกว่ามันเป็นเช้าที่สดใสเลยซะทีเดียว เพราะเมฆฝนที่โหมซัดเราอย่างบ้าคลั่งเมื่อคืนมันไม่ได้ละลายไปหมด ยังคงหลงเหลือเป็นกลุ่มเมฆน้อย หลายๆ กลุ่มซึ่งเตรียมที่จะรวมตัวกับน้ำจากแหล่งอื่นๆ เพื่อรวมเป็นเมฆดำทมึนก้อนใหญ่พร้อมโจมตีเราอีกครั้ง น้ำที่ได้จากพายุหนักนั้นยังคงเหลือเป็นแอ่ง เจิ่งนองให้เห็นในแทบทุกๆ ที่ ต้องใช้เวลา ให้แสงแดดในการแผดเผาน้ำเหล่านี้น่าจะเกือบทั้งวันจึงจะสามารถกลับมาเป็นผืนดินผืนเดิมก่อนที่มันจะถูกเล่นงานจากพายุลูกโต หลายๆ อย่างยังต้องรักษา ต้องเยียวยา ใช้เวลาน้อยบ้าง มากบ้าง
          แต่ก็ใช่ว่าเช้านี้จะดูเลวร้าย จนเห็นว่าไม่ได้มีไรแตกต่างจากเมื่อคืน มันยังมีเรื่องราว ที่ดูเหมือนจะเป็นแสงแรกของเช้าที่เข้ามาทักทายเราให้ยิ้มได้บ้าง
          ไม่ว่าจะเป็นการที่ได้กลับมาทำงานให้กับบริษัทกราฟิคมือถือรายเดิมอีกครั้งหนึ่ง ถึงแม้จะโดนลดจำนวนงานที่เคยได้ทำลงไปมากทีเดียวเนื่องจากช่วงที่เราหายไปบริษัทได้เอางานที่เราเคยทำปล่อยให้มือนอกจัดการ แต่ก็ยังดีที่ยังพอมีงานในส่วนอื่นที่บรรเทากับเราได้บ้าง งานนี้คงต้องขอบคุณอย่างมากๆ กับพี่ชาพี่ชายที่พูดจนเรากล้าที่จะออน MSN เมล์ที่มีรายชื่อพี่ๆ ที่บริษัทในเวลาทำการ พี่เปี๊ยกผู้ซึ่งวิ่งตรงเข้ามาทักตั้งแต่ที่เจอเมล์เรา ผู้ซึ่งให้การดูแล ช่วยเหลือกับเรามาเป็นอย่างดี พี่จาพี่สาวที่แสนดีที่สุดที่ช่วยหางาน และจัดการเรื่องราคาชิ้นงานให้กับเรา
          นอกจากนั้น ในช่วงที่เป็นค่ำคืนที่โหดร้ายนั้น ยังคงมีพี่ชายซึ่งเคยห่างหายไป พยายามกลับมาแวะเวียนทักทาย เฝ้าโทรหาอย่างไม่ลดละความพยายามไม่รู้กี่วันต่อกี่วันจนเราสามารถกลับมาคุยกันได้ ขอบคุณพี่ต้นครับ แสงอีกหนึ่งแสง ซึ่งเจิดจ้าเข้ามาในเช้านี้ ผู้ซึ่งยังคงเป็นห่วงเป็นใย เฝ้าคิดถึง และเป็นกำลังใจที่แสนดีสำหรับเราในเช้าที่พึ่งเจอพายุหนักมาแบบนี้ เป็นสุดยอดนักจิตวิทยาที่หาลุกเล่นแบบที่ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าเอามาเล่น จนทำให้หน้าที่ซึ่งเคยเปื้อนคราบน้ำตาเมื่อไม่กี่นาทีเต็มไปด้วยรอยตีนกาที่ได้จากการหัวเราะอย่างมีความสุขจนแทบลืมไปเลยว่ารอยตีนกาที่ขึ้นนั้นมันขึ้นทับกับรอยน้ำตาเมื่อไม่กี่นาทีนี้ ขอบคุณครับผมพี่ต้น
          โจ หรืออ้วนที่ยังเฝ้าดู ห่วงใยการ์ตูนขี้ดื้อตัวนี้อยู่ห่างๆ แม้จะดูแลใกล้ชิดเหมือนอย่างแต่ก่อนไม่ได้ แต่มันก็ยังทำให้นึกถึงครั้งที่อยู่ใกล้ๆ กัน แค่ตังค์กินข้าวไม่มี น้ำมันรถหมด ไม่สบายใจ รึไม่สบายตัว โจก็จะโผล่มาทันแทบจะทุกทีโดยไม่ต้องโทรไปแจ้งหรือเล่าอาการ ขอบคุณจริงๆ อ่ะ อ้วนของการ์ตูน
          ป้าอ้อน ผู้ที่ด่าได้แสบทรวงเจ็บลึกถึงก้นบึ้งของหัวใจ เพื่อให้เราได้เหลียวมองกลับดูเงาของตัวเองบ้าง (ขนาดนั้นแล้วยังไม่เคยที่จะมองหาเงาของตัวเองได้เจอเลยอ่ะ)
          เตอเตอร์ เพื่อนที่เป็นผู้ฟังและ ผู้ปลอบที่ดีของเรามาโดยตลอด
          กุ๊กไก่ เจ้ที่เหมือนกะคอยอยู่เคียงข้างเราตลอด ไม่ยอมห่างไปไหนไกล คอยปลอบคอยห่วงใย ให้คำปรึกษา คำแนะนำดีๆ อยากบอกเจ้นะว่าวิธีเอาไข่ต้มสุกใหม่ๆ มาประจบหน้าที่โดนต่อยอ่าเจ๋งสุดๆ อ่ะ เพราะตอนประคบเสร็จแล้วได้เอามาปลอกกิน หง่าทั้งอร่อยทั้งสะใจเลยอ่า
          เส เจ้าอ้วนคนเดิมที่ยังคงคิดถึงอย่างรู้สึกผิดทุกๆ ครั้งที่พายุลูกนี้ทวีกำลังหนักจนเราท้อที่จะต้าน เหตุก็คงเพราะเราเองเป็นคนตีตัวห่างออกมาเอง แม้ตอนนี้ทุกๆ อย่างจะเปลี่ยน ไม่มีไรแล้วที่จะกลับไปเป็นอย่างเดิมได้ แต่เสเองก็ยังคงพูดใส่หูเพิ่มความรู้สึกผิดกับเราบ่อยๆ ว่า "ตัว..เค้ายังเหมือนเดิมนะ"
          เอฟ อดีตของผู้ที่ดูเหมือนจะถูกยัดเยียดให้เป็นแฟน หายไปพร้อมกาลเวลามาแสนนานแล้วอยู่ๆ ในช่วงที่โดนพายุโหมอย่างหนักแบบนี้ เอฟก็โผล่เข้ามา มาด้วยทีท่าเป็นห่วงเป็นใย แถมความเจ้าคิดเจ้าแค้นแทนเราไปซะทุกเรื่องอีก งี้ดิ นายเอฟตัวจริง แต่เราว่าถ้าเอฟโผล่มาตอนที่เราโดนรุมในห้องน้ำเธคตอนนั้นท่าจะเหมาะกว่าอ่ะ ก็โอเคซึ้งในน้ำใจที่ยังคงมีให้กับเรานะ ไม่รู้ว่าตอนนี้เราทั้งคู่จะยังสามารถพูดคำว่ารักได้สนิทปากอย่างเดิมอยู่รึเปล่า 555+.... ขำๆ เกินไปแล้วมั้งเราหนิ
          พี่อาร์ต กำลังใจ และ ที่ปรึกษาที่ดีมากคนนึงของเรา ด้วยเหตุผลว่าเป็นคนที่รู้ซึ่งต้นสายปลายเหตุของพายุลูกนี้อยู่บ้างจึงพอช่วยในส่วนการหลบหลีก การประทะอย่างจังกับพายุลูกใหญ่ลูกนี้ หรือแม้การเตรียมการยอมรับ เมื่อไม่สามารถที่จะหลบหลีกหรือต้านทานแรงกำลังของพายุมัน
          ยกไว้เหนือสุดคงเป็นหลวงพ่อ ผู้ซึ่งเราเฝ้าอิจฉาในแนวทางที่สงบแล้วของท่าน แสงเดียวที่ทำให้เราได้สบายใจ และรู้สึกอิ่มไปได้พร้อมๆ กัน ตลอดเวลาเกือบ 2 วันที่ได้อยู่ใกล้ๆ ท่าน ดูต่างจากพ่อซึ่งมีเด็กตัวเล็กๆ ติดท้ายมอไซค์ไปส่งที่โรงเรียนอย่างสิ้นเชิง ทุกอย่างไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องกลัวว่าเด็กที่นั่งท้านมอไซค์นั้นจะไปถึงโรงเรียนได้ไม่ทันเคารพธงชาติ ไม่ต้องห่วงว่ามอไซค์คันเก่าที่พ่อคุมมันอยู่นั้นจะน้ำมันหมดรึทรยศเจ้านายด้วยวิธีการอื่นๆ หรือวุ่นวายกับกระเป๋าไม่กี่ข้างเพื่อให้ได้เศษเหรียญมาเป็นค่าขนมและอาหารมื้อเที่ยงกับเจ้าตัวเล็ก มันเป็นสุขที่ไม่ต้องรับอะไรเพิ่มจากท่านอีก แต่เรากลับรับรู้ถึงหลายๆ อย่างที่เข้ามาหาเราเอง นี่สินะสุขที่แท้จริง
          ถ้าไม่มีคนเหล่านี้ เราเองก้ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะกลายเป็นเช้าหลังคืนพายุหนักได้อย่างไร ไงซะก็ขอขอบคุณ และขอสัญญากับทุกๆ คนไว้นะครับว่า เด็กที่ติดใต้พายุหนักเมื่อคืนนี้ จะเข้มแข็งและพยายามเอาชนะมัน จะทำให้เช้านี้เป็นเช้าที่สดใสเพื่อที่จะลืมร่องรอยของพายุที่ได้เจอะเจอมาให้ได้    …..  ผมสัญญาครับ …..

 

 
   
       
30 May

จะต้องทำยังไงเมื่อจะต้องหยุดในจุดที่ไม่ใช่เส้นชัย

       
 

...จะต้องทำยังไงเมื่อจะต้องหยุดในจุดที่ไม่ใช่เส้นชัย...

          การเดินทางทุกๆ การเดินทางย่อมถึงที่หมาย ถึงเส้นชัย เป้าที่ได้วางไว้จึงจะหยุด การแข่งขันเมื่อเริ่มจากจุด start แล้วที่ต่อไปที่จะต้องถึง ก็คือเส้นชัยเท่านั้น ไม่ว่าจะเข้าเป็นคนที่เท่าไหร่ก็ตาม แต่หากจะต้องหยุดหยุดในที่ๆไม่ใช่เส้นชัยหล่ะจะรู้สึกยังไง 
         เสียใจมั้ยที่ขอเขาลงแข่ง วางแผนในการแข่งอย่างดิบดี เริ่มต้นแข่งขันซึ่งใช้เวลา 4 เดือนเต็มๆ แล้วต้องหยุดเพราะไปต่อไม่ถึงเส้นชัย  
         รู้สึกยังไง ที่ได้รู้ความจริง รู้ความโง่ รู้ตำแหน่งของตัวเองว่าที่แข่งๆ มามีคนเขายืนหัวเราะกับความไม่เจียมเนื้อเจียมตัวของตัวเองอยู่มากแค่ไหน หัวเราะที่เห็นเด็กใส่ชุดพร้อมจะว่ายน้ำ แต่กลับมาอยู่ในสนามรักบี้ ไม่ได้ดูซะเลยว่าก่อนนั้นสนามเป็นยังไง เขาทำยังไง หวังแค่จะมาจับเสือมือเปล่าอย่างงั้นหรอ
         ดีใจรึเปล่าที่รู้ว่าเราจะได้หยุดกะมัน เกมที่มีคนหลอกให้ลงแข่ง หลอกให้ดีใจว่าชุดว่ายน้ำดีแล้วเหมาะแล้วกะกีฬารักบี้ หลอกเอาไม้ขนไปไปแข่งกะนักกีฬาฟันดาบอยู่ตั้งเป็นนานตลอด 4 เดือน
         เจอเข้าอย่างงี้หล่ะ จาทำยังไงต่อ
         หยุดตรงนี้แล้วแล้วลากจักรยานสวนจักรยานคันอื่นๆ ที่กำลังเร่งแข่งกันอยู่ทางเดิมของสนาม เพื่อกลับไปที่จุดเริ่มต้นงั้นหรอ เสี่ยงเกินไปมั้ยอ่ะ
         ปั่นมาน่องโป่งแล้วหว่ะ ทนปั่นอีกหน่อยได้มั้ยอ่ะ ไงซะออกจาก start แล้วก็ขอเห็นเส้นชัยได้มั้ย แม้คนที่เข้าจะไม่ใช่เราคนแรกอ่ะ
         อืม... ถ้าเราเลือกที่จะปั่นต่ออ่ะ จะโดนด่าอะไรมากมั้ย ในเมื่อรู้ว่ายังไงก็แพ้ละ แต่ก็ขอแพ้แบบมีศักดิ์ศรีหน่อย ได้เดินออกจากสนามเป็นคนสุดท้ายหลังจากที่ผ่านเส้นชัยไป ยังดีกว่าเดินออกมาจากสนามเป็นคนแรกโดยที่ยังไม่ได้สัมผัสเส้นชัยเลย ไงซะเกมนี้ก็อยากได้คนที่เข้มแข็งอยู่แล้วหนิเอาดิ ลุยมันซักตั้งเป็นไรไปหล่ะ งานนี้ขอเลือกศักดิ์ศรีละกัน ยอมรับฟังคำด่าต่อไป ... ไม่ว่ากันนะครับ ...

           

 
       
       
25 May

ไม่มีที่ 1 ถึง 2 คน

 

 

            เกือบ 6 โมงเช้าที่เรายังคงอยู่ อยู่ด้วยการรอตลอดเวลาทั้งคืน รออย่างมีความหวัง รอถึงแม้จะรู้เรื่องทั้งหมดแล้วว่าถ้าเกิดมันเป็นจริงขึ้นมาการรอเราจะสูญเปล่า รอด้วยความหวัง หวังว่าสิ่งที่เราได้ยิน ได้ฟังมาจะเป็นเรื่องหลอก รอตั้งแต่ฤทธิ์ของเบียร์กะบุหรี่ 3-4 ตัวที่บอมให้มายังเป็นตัวบงการพฤติกรรมของเราจนถึงความไร้ค่าซึ่งสร่างจากทั้ง 2 แทบหมดสิ้น ก่อนฟ้าจะสาง ทุกๆ อย่าง ทุกๆ ข้อสงสัย ได้คลายลงในทันทีอย่างไม่มีไรติดค้างด้วยเหตุผลที่แน่นหนาเกินกว่าจะคิดเป็นอย่างอื่นได้

         
เมื่อวาน วันทำความสะอาดใหญ่ งงมาก แปลกใจมาก เกิดอะไรขึ้น มีอะไรดลใจให้ผู้ที่เราเรียกเขาว่าแฟนตื่นแต่เช้า(มากจริงๆ) จากปกติไม่เที่ยงไม่บ่ายจะไม่ยอมตื่น ลุกขึ้นมาหอบผ้า 4-5 ตระกล้าที่แยกไว้ออกไปซัก ขนถ้วยชามที่กองเกือบๆ เป็นภูเขาอีกลูกออกมาจะล้าง เก็บบ้านทั้งหลังทำความสะอาดหมด ไอ้เราจะอยู่เฉยก็คงยังไงๆ ก็เลยออกมาหยิบจับช่วย สะสางจานที่กองทั้งอาทิตย์ล้าง พอสายกลัวจะไม่ทันทำงานก็ไปทำงานก่อน ส่วนหน้าที่ล้างผ้า ปั่น แล้วก็เอาไปตากเลยขอรับอาสาทำต่อเอง ที่ตากผ้าและไม้แขวนที่มีอยู่อย่างจำกัดทำให้ไม่สามารถนำผ้าทั้งหมดที่ซักไปตากได้ ก็ได้แต่ตากในส่วนที่น่าจะแห้งเร็วกว่าก่อน โดยมีลูกมือที่ดีมากๆ อย่างน้องยอร์ชมาเป็นอีกแรงที่ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ไอ้ที่แห้งก่อนก็เก็บมาพับแล้วเอาที่เหลือออกตากต่อ ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนที่แห้งก็เอามาปู มาใส่ไว้อย่างก่อน ช่วงที่รอให้ผ้าแห้งหมดก็จัดการล้างห้องน้ำให้ดูเป็นห้องน้ำที่น่าใช้ขึ้นมาหน่อย จริงๆ แล้วมันรู้สึกดีนะ ดีที่ได้ทำอะไรแบบนี้ เหมือนๆ กะเราได้อยู่ด้วยกันแล้วจริงๆ ทำทุกๆ อย่างไปอย่างมีความสุข เก็บห้องนอนต่ออีกหน่อย หอบขยะถังเล็กในห้องออกไปเท ยอมรับว่าเจออะไรที่ไม่ปรารถนาที่จะเจอมันเท่าไหร่ อืมม... แต่ชั่งมันเหอะจะกลายเป็นผงเข้ามาเปล่าๆ ไม่อยากให้เรื่องไรมาทำให้เป็นปัญหาระหว่างเราอีก ยิ้มไว้ๆ น่า เอก้าคุง

          เย็นมากๆ ผู้ซึ่งเราเรียกเขาว่าแฟนนั้นก็กลับมา กลับมาด้วยอาการลุกลี้ลุกลน วุ่นๆ กะโทรศัพท์ แว้บๆ ก็ออกไปข้างนอก แถมว่ายอร์ชที่เอาเสื้อตัวนึงมาใส่ด้วย บอกให้ไปเปลี่ยนเสื้อออกใส่ตัวใหม่ให้เหตุผลว่าพี่เองยังไม่เคยเอามันมาใส่เลย ทั้งๆ ที่ยอร์ชสามารถหยิบใส่เสื้อผ้าได้แทบทุกตัวในตู้ หง่า...แล้วมานเสื้อใครกันหว่า 

          เย็นนี้จะไปอุบลกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เค้าคะยั้นคะยอจะไป เคยค้านไว้เหมือนกันว่าจะไม่ไปเพราะงานเราเองก็ยังไม่เสร็จ เคยบอกว่าให้เฉพาะเขาไปแล้วเราจะอยู่ทำงาน แต่รายนั้นก็ไม่ยอมจนเราต้องไปอุบลด้วยให้ได้กลับมาก็มาเร่งๆ ให้เราอาบน้ำ พร้อมกำชับว่าเบอร์นี้โทรกลับห้ามรับ เพราะต้นสายจะเสียตังค์แต่ถ้าเบอร์หลานโทรมาให้รับ(แล้วไอ้ต้นมันไม่จ่ายค่าโทรรึไงหว่า) อาบน้ำเสร็จก็โดนบอกว่ามีธุระต้องไปผูกข้อมือสู่ขวัญลูกของเพื่อนร่วมงาน แล้วเดี๋ยวจะตามไปที่อุบลทีหลัง เฮ้อ...ไปงานขนาดนั้น ถือว่าเป็นแขกผู้ใหญ่ด้วย แต่ใส่กางเกงขาสั้น เสื้อยืดไม่เหมาะเอาซะเลยอ่ะ ไม่ทันไรแว้บนึงเราก็เหลือบไปเห็นข้อความหลังเสื้อว่า Business Hotel หง่าสาธารณสุขใส่เสื้อการจัดการการโรงแรม ??? ช่างอีกข้อเหอะไม่อยากทำให้เคืองกัน บอกว่าผูกข้อมือเสร็จจามีรถไปอุบลก็เดี๋ยวจะติดรถเขาไปอุบลด้วยเลย แล้วค่อยเจอกันที่โน่น เราก็เก็บของโดยของที่เก็บก็มีแต่ของเรา พอเสร็จจะฝากกระเป๋าไปด้วยก็ไม่ยอมให้เราถือไปเอง หง่า..เอาน่างานอย่างงั้นคงไม่เหมาะที่แขกอย่างเขาจาถือกระเป๋าเข้าไปด้วย เสร็จก็แวะกินก๋วยจั๊บก่อนขึ้นรถไฟ นั่งรถไปคนเดียวเฮ้อ... เอาน่าไปนอนรอเขาที่โน่นดีกว่าไม่กี่ชั่วโมงอ่ะ

          ถึงอุบล 3 ทุ่มกะ 7 นาที ลงรถหายใจทิ้งไม่กี่ครั้งบอมก็มารับ แล้วในทุกๆ ข้อสงสัยก็ถูกเปิดไม่ว่าจะเป็น ยืมตังค์เราโอนให้อุ้มไปทำไม ทำไมก่อนเข้าลิฟจะต้องถามว่างานทำ 3 วันเสร็จรึเปล่า ทำไมคนนอนขี้เซาอย่างเขาถึงตื่นเช้าได้เพื่อที่จะทำความสะอาดบ้านทั้งหลัง ทำไม ทำไม ทำไม ??? อีกแสนๆ ข้อที่ถูกคลายออกมาทีเดียวพร้อมกัน มันเป็นแนวทางการแก้ปัญหาเมื่อตัวจริงมาตัวสำรองก็ยังคงอยู่ ไม่ลงตัวแน่ถ้าเป็นแบบนั้นเพราะไงซะ ที่ 1 ก็จะต้องมีแค่คนเดียว แน่นอนตัวสำรองอย่างเราจึงเป็นตัวเลือกที่เขาเจาะจงเลือก และตัดสินใจดีแล้วว่าสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องหลีกทางให้กับตัวจริงซึ่งกำลังจะมาถึงเห็นได้จากการเตียมตัวต้อนรับขนาดนี้เราเองก็น่าที่จะเอะใจ เเต่หลายๆ อย่างที่เขาพูดทำให้เราต้องเชื่อใจและวางใจเขามากกว่า มากจนทำให้เรากลายเป็นคนโง่เป็นตัวประหลาดที่อยู่ๆ เขาไม่รู้กี่อัน กี่อัน ได้ประดับประดาบนหัวซะเละไปหมด รู้ในหลายๆ เรื่องที่ยังไม่รู้ รึโดนปิดมาโดยตลอด ทั้งเรื่องที่รู้ว่าเขาคบกะพี่คนที่เราไว้เนื้อเชื่อใจให้เป็นที่ปรึกษามาโดยตลอดด้วยความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้น รู้ว่าเขาเคยมีอะไรต่อมิอะไรในทุกๆ ครั้งที่แวะเวียนมา สถาณที่ ที่เขาเคยบอกว่าไม่เคยคาดหวังเรื่องอย่างงั้นด้วย กลับกลายเป็นที่ ที่เขามามีไรทั้งเด็กที่ทำงานที่นี่ และคนนอก มีคนไปบอกว่าเขาพยายามที่จะมีไรด้วย นั่นคือรายที่ไม่สมยอม แต่รายที่สมยอม รายที่ไม่ใช่เด็กที่นี่หล่ะ จะมีอีกมากมายเท่าไหร่ หากคืนนี้เขาโผล่มาเราสัญญาว่าจะลบในทุกความระแวงออกไป ลืมทุกๆ อย่างที่เจอ ที่เป็นปัญหาระหว่างเราให้หมด เพิ่มความรัก ความไว้วางใจให้มากขึ้น แต่นี่หล่ะเรานั่งเขียนไปเรื่อยๆ แบบนี้ เวลาก็เลย 8 โมงเช้าเรียบร้อย แล้วเวลาที่เรารอ รออย่างมีความหวัง หวังว่าที่เราได้ยินได้ฟังมาว่าจะโดนอำให้น้อยใจเล่นๆ แต่มันดันกลายเป็นเหตุที่สนับสนุนให้แน่นมากยิ่งขึ้น นี่หนะหรือคือสิ่งตอบแทน ตอบแทนความรัก ตอบแทนความพยายามที่ลบทุกความระแวงแล้วเปลี่ยนเป็นความเชื่อใจ ไว้วางใจ แล้วที่ผ่านมาหล่ะ เราคืออะไร ที่ผ่านมาหล่ะ เราเป็นตัวอะไร เรา มีตัวตนอยู่รึเปล่า 
แล้วเราจะยังคงเรียกคนที่เราเรียกมาตลอดว่าแฟนได้สนิทปากได้อย่างไร ...

11 May

เคยรู้สึกมั้ย ?

 

เคยรู้สึกแบบนี้กันบ้างรึเปล่า ?

     อยู่ๆ มันก็เคว้ง เหมือนโดนปล่อยเกาะดื้อๆ ซะอย่างงั้น จะมองซ้าย มองขวา หน้า รึ หลัง ก็ไม่เจออะไรละอยู่บนเกาะเกาะที่ล้อมรอบด้วยน้ำตาของตัวเอง
 
     เคยรู้สึกรึเปล่าที่อยู่ๆ ก็มารู้สึกตัวว่าตัวเองกลายเป็นคนโง่มาโดยตลอด เฮ้อ ชีวิตนี้เกิดมาเพื่อให้โดนหลอกจริงๆ ใครหว่าเป็นพ่อเป็นแม่ของมัน น่าภูมิใจแทนพวกท่านๆ จังที่เลี้ยงลูกมาได้โง่บริสุทธิ์ขนาดนี้อ่ะ
 
     แล้วเคยรู้สึกกันบ้างรึเปล่าที่อยู่ๆ มือทั้งสองข้างชาไม่มีความรู้สึก ใจก็เต้นสั่นไม่เป็นจังหว่ะ ร่างกายทุกส่วนที่มันเคยเป็นของเรา เคยถูกควบคุมได้ด้วยตัวเรามาโดยตลอดมันก็แน่นิ่ง ไม่ยอมรับคำสั่งใดๆ ให้ไปควบคุมพวกมัน
 
     สมองที่อยู่ๆ ก็เกิดไม่สามัคคีกัน ขัดแย้งกันซะอย่างงั้น มีเรื่องเป็นร้อยเป็นพันถูกป้อนเข้าไปให้มันทำงาน แล้วก็ส้ง output ออกมาต่างๆ นาๆ แต่ก็ไม่มีแม้ซักความคิดที่สามารถจะแก้ปัญหาใดๆ ได้ ณ ขณะนี้
 
     เจ็บอีกแล้วสินะเรา เมื่อไร่อ่ะ จะชินซะที เมื่อไหร่จะฉลาดได้อย่างใครเขามั่ง แล้วเมื่อไหร่ คนหลอกลวงจะห่างหายไปหรือ ไม่ก็ไม่แวะเวียนเข้ามาทักทายกับเรา ทรมานอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆ แล้วน้ำตามันก็ไหลของมันง่ายๆ งี้เลยอ่ะ ขี้แยจังหว่ะ ไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อนหนิว่าจะนั่งรถมา 6 ชั่วโมงเพื่อมาเจอเรื่องนี้ อยู่บ้านดีๆ ก็ดีอยู่แล้ว รนหาเรื่องเองอ่ะ เป็นไงอ่ะ แล้วก็มาเจ็บซะเอง สะใจดีมั้ยหล่ะมึง

24 April

ปลง

 

 

 

       เง้อ... นานแค่ไหนกันหว่าที่เราไม่ได้แวะเวียนเข้ามาอัพ space ของเราเลย ช่วงที่ผ่านมามีเรื่องราวเป็นร้อยพันที่อยากเล่า ที่อยากระบาย แล้วทำไม ทำไม มันถึงไม่มีเวลาเข้ามาระบาย...

       วันนี้ตื่นแต่เช้าแล้วก็แวะๆ เข้ามาสู่โลกส่วนตัว Internet ที่ๆ เดียวที่เป็นเหมือนโลกของเรา ที่ๆ เพียงแห่งเดียวที่มีคนคุย หรือให้เราระบายได้อย่างหมดเปลือก เง้อ... ก็งี้อ่ะคนที่แทบจะไม่มีตัวตนอยู่บนโลกจริงๆ อย่างเรา  วันนี้เรามีธุระที่จะต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลจากที่หอบความไม่สบายใจมาตลอดหลายวัน รวบรวมความกล้าอยู่นานดีที่มีพี่อ๋าพี่ชายที่เป็นพี่ชายของเราจริงๆ ให้คำปรึกษาอยู่ตลอด แถมก่อนไปยังได้คุยกะพี่น๊อตอีกครู่ใหญ่ๆ อืมม พอทำให้สบายใจขึ้นมากๆ ละ

       ถึงโรงบาลแล้วถึงกะอึ้งอ่ะ รถเยอะมากๆ คนก็เยอะดูให้วุ่นไปกันหมด จำได้ว่าตอนนั้นมันพึ่ง 4 โมงเช้าเองทุกอย่างต้องรอ รอ แล้วก็รอ ช่วงที่รอก็ได้เจอคนป่วยหลายๆ แบบ หลายๆ นิสัย ทั้งคนที่เป็นชาวบ้านๆ ที่ยกกันมาทั้งบ้าน หรือคนที่มีอันจะกินซึ่งส่วนใหญ่ดูจะจมไม่ลงกะการต้องมาอยู่ในสถานที่แบบนี้ กะการที่ตนต้องเสมอภาคกับคนอย่างเราๆ คนที่คุยด้วยดี คนที่ขี้บ่น แม้ภาวะการณ์เช่นนี้ก็ยังไม่วายที่ยังมีคนที่หวังแต่ได้ไม่ยอมให้ตนเสียเปรียบใครอื่นเขา เง้อ...คงต้องบอกอ่ะว่าปลง แวะออกมากินข้าวตอนเที่ยงแป้บนึงกลับเข้าไปเผชิญกับโลกอีกแห่งนึงต่อในตอนบ่ายกว่าจาได้กลับห้องก็ 4 โมงกว่าๆ เง้อเจอแบบนี้บ่อยๆ ก็คงเสียสุขภาพจิตไปเหมือนกันแหละ

       โล่งขึ้นเยอะกะผลการตรวจ กลับมาเน็ทก็แย่ๆ ปัญหาล้านแปดอย่างเคย ก็เลยนั่งฟังเพลงไปเรื่อยๆ หลักๆ ที่โปงลางสะออน กะ kimmy ที่ เนเน่จัง ส่งให้เมื่อวานอ่ะ เง้อชอบจริงๆ แต่วันนี้เนเน่จังเราไปไหนหว่า เงียบๆ ไปเลย โทรหาก็ไม่รับ MSN ก็ไม่ออน อืมม อยากคุยด้วยจังอ่า เฮ้อ... หิวๆ เร่งซิทอัพแล้วออกไปหาไรเข้าท้องดีกว่า

 

03 March

สวัสดีกรุงเทพ

 

 

 

       เย็นๆ ตอนหลังเลิกงาน พอดีพี่ที่บริษัทยังไม่กลับกันเลยแว้บเข้ามาสร้างความคืบหน้า ซึ่งไม่ได้ทำนานพอสมควรละ      

       มาถึงกรุงเทพประมาณ 5 ทุ่มได้มั้ง ก็นั่ง Taxi เข้าบ้าน หัวเสียกะไอ้ Taxi นิดหน่อย หน่อยมั้ยหว่า ทำขนาดที่ว่าจากหิวมาตลอดไม่อยากกินไร อาบน้ำแล้วเข้านอนเลยอ่ะ ตื่นเช้าก็อาบน้ำแต่งตัวมาบริษัท ทั้งที่ท้องโล่งๆไม่ได้กินไรตั้งแต่เย็นเมื่อวาน ดีที่พี่มายด์หอบขนมมาให้เหมือนๆ กะรู้ว่าเรายังไม่กินไรมาซักอาทิตย์ได้ กองซะเต็มโต๊ะเลย ขอบคุณคร้าบบ

       เฮ้อ.. ทำงานเดือนนี้ก็เป็นการทำงานครบ 1 ปีที่ทำกะบริษัทนี้ละ ทั้งๆ ที่เราค้างส่งงานบริษัทก็หลายงวด แต่บริษัทก็ยังจ้างต่อ ป๋มรัก playmobus จังครับ เฮ้อ เย็นมากละกลับบ้านก่อนดีกว่า พรุ่งนี้เดินทางทวงของขวัญวาเลนไทน์ย้อนหลังกัน เย้ๆๆ

 

26 February

เปลืองหัวใจ

 

 

"... จำไปทำไม ทำไม ไม่รู้ทำไมต้องจำ

จำไปทำไมให้ใจเจ็บช้ำ ให้เปลืองหัวใจ

เราเป็นอะไรไม่มีเหตุผลบ้างเลยรึไง

มันเจ็บจะตาย แล้วเรื่องอะไรถึงไม่ลืม

...

ไปแล้ว ไปลับ เขาไม่กลับย้อนมา

อย่ามัวเสียน้ำตา มันไม่ได้อะไร

อย่าไปทวงความความรัก จากคนไม่มีหัวใจ

คิดถึงเขาทำไม คิดถึงเขาทำไม

...

ลืมคนที่ลืม คนที่ลืมได้แล้ว ต้องลืมซะที

ทนทรมานมาจนป่วนนี้ไม่พอรึไง

ลืมคนที่ลืม คนที่ลืมก็รู้ ก็พอเข้าใจ

เพียงแต่ทำไม ไม่รู้ทำไมถึงไม่ลืม ... "

 

25 February

เพื่อน รัก

 

"... จากวันนี้จะมีเรา เราและนาย จดจำไว้ตลอดไปไม่ทิ้งกัน หากมีเราจะมีนายร่วมทางไม่มีไหวหวั่น คือเพื่อนกัน เพื่อนตายตลอดไป... "

      ไม่รู้ว่าในเธคเปิดเพลงนี้ดังแค่ไหน แต่ในหูเรามีเฉพาะเสียงก้อย เรา และก็บ้อบบี้ก้องอยู่ ไม่รู้ใครเริ่มก่อน แต่ยิ่งร้องมันก็ยิ่งต้องกอดแน่นขึ้น แน่นขึ้น แน่นขึ้นเรื่อยๆ พอเพลงจบก็ค่อยปล่อย แล้วมาขำๆ กะที่ทำไป จากนั้นก็ค่อยกอดเป็นรายๆ ไป
" เอ้ย!! กอดกูมั่ง " 

      ประโยคที่เอเป็นผู้คุมให้มันออกจากปากของเขาเอง ก้อยกอด บ้อบกอด แล้วเราก็กอดเป็นคนสุดท้าย และนานสุด กอดไปก็คิดไปต่างๆ นาๆ ชอบ รัก หลง มาตลอด 3 ปีแล้วเรื่องไรอยู่ๆ เอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเป็นเรื่องให้เคืองกันโดยที่ไม่ยอมพูดคุยกะเอถึงเกือบปี นึกว่าจะคาใจไปจนจบแล้วสิ เอาว่ะ อย่างน้อยก็จบไปด้วยความสบายใจ เฮ้อ..คิดไปก็น้อยใจตอนรัก ตอนชอบไม่ได้แตะ แต่ได้มากอดแน่นๆ นานๆ เมื่อเพื่อนจบ แล้วต้องจาก เง้อเราไปเกลียดอะไรเพื่อนมากมายขนาดนั้นว่ะ เพื่อนมาพูดให้ฟังหนาหูเหมือนกันว่าเอไม่สบายใจมากกะเรื่องนี้ เพื่อนคนที่คอยช่วยเหลือกันทุกอย่าง เพื่อนคนที่เข้ากันได้แทบทุกอย่าง เพื่อนผู้เคยพักหอเดียวกัน ไปไหนด้วยกัน เพื่อนผู้ซึ่งตกลงกันว่าจะเป็นคู่โปรเจคกัน วางแปลนไว้ด้วยกัน มาขัดคอกันจนทำให้ไม่คุย ไม่มองหน้า ไม่เห็นว่าเค้าอยู่ในที่นั้นๆ ด้วยซ้ำ เฮ้อ...ทำลงไปได้หว่ะเรา

     ขากลับผู้หญิงขับรถไม่ไหวบ้อบเลยไปขับให้ แล้วก็ปล่อยเมาๆ ขับรถกลับคนเดียว เง้อ... ความคึก ก็บิตซะเต็มกำลังเครื่องแซงคนแล้ว คันเล่า แล้วก็เจอคันจอมปัญหาขี่มาพักเดียวแม่งขับมาประกบ ด้วยความที่ขี่เร็วเพื่อนมันก็ตามไม่ทัน แม่งดักตูเลย ผู้ชาย 4 คน มอไซค์ 2 คัน โห่ เหี้ยหว่ะ กูไปทำไรเมิงเนี่ย แค่แซง ไม่ได้กวนเตี่ยเมิงซะหน่อย ดีที่เป็นเส้นทางประจำของเรา แซงหลบมันแล้วหนีเข้าซอย ออกหอ เง้อ เกือบแล้วดิตู

     



24 February

ยิบปี้ เฮ้ สอบเสร็จแล้ว

 

เที่ยงๆ ของวันศุกร์ ละ


      เย้...หลังจากที่เคร่งเครียดอยู่นาน ในที่สุดก็สอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ภูมิใจหน่อยๆ กะวิชาสุดท้าย ให้เวลาทำไม่ถึง 25 นาทีเสร็จ นอกนั้นก็รอให้ถึง 45 นาทีจาได้ออกห้องสอบได้ มั่นใจค่อนข้างมากกะการสอบวิชาสุดท้าย เง้อ ปิดปีกพร้อมบินได้แย้วเรา

      มะวานไปดู "เด็กหอ" มา ไปเลี้ยงน้องคนนึง แบบว่าช่วยเรานั่งทำงานทั้งคืนเลย แรกๆ กะจาเลี้ยงหมูกะทะ แต่เราก็อยากดูหนัง เลยเลี้ยงหนังแทน หวังกะหนังไม่ค่อยสูงเท่าไหร่เพราะดูจากตัวผู้กำกับเองแล้วคงไม่เท่าไหร่ แต่พอไปดูแล้วอ่ะ เกินคาดมากๆ ชอบๆ เป็นหนังที่พูดได้เต็มปากเลยอ่ะว่าประทับใจมาก เง้อ...อยากมีเพื่อนน่ารักๆ แบบนั้นบ้างจังอ่า ผีไร น่ารักเป็นบ้าเลย

      เมื่อกี้พี่ที่บริษัทโทรมาเร่งงานด้วย เฮ้อมีความรับผิดชอบเพิ่ม ตอนนี้เราได้ดูแล banner ของ wap เพิ่มอีก 1 size แล้ว เป็นว่างานที่รับผิดชอบก็มี wallpaper ของมือถือทั้งหมด 21 size แล้วก็แบนเนอร์รวมตัวใหม่ก้เป็น 3 size ประจวบเหมาะเลยทำการทวงสัญญาเดือนหน้าด้วยเลย ทีแรกก็ตกใจๆ เห็นบริษัทไม่ต่อสัญญากะเรา ที่ไหนได้พี่ฝ่ายบุคคลลืม เง้อ..นึกว่าจาโดนไล่ออกแล้วเรา ตั้งใจทำงานละกันต่อไปนี้อ่า

      พรุ่งนี้แม่ก็จามารับกลับบ้านแล้วดิ เง้อ..อาจจาเป็นการ up ครั้งสุดท้ายก่อนกลับบ้านแล้วมั้ง คงห่างๆ ไปซักพักแหละ ไปอยู่บ้านซักกี่วันหว่า ต้นเดือนก็จาลงกรุงเทพละ มีใครไม่รู้บอกจาซื้อ Handy Drive เป็นของขวัญวาเลนไทน์ย้อนหลังให้ เง้อ.. ดูเหมือนจางกๆไปหน่อยแฮะ เอาเป็นว่าลงไปที่บริษัทดีกว่า คิดถึงพี่ๆ ที่ฝ่ายกราฟฟิคทุกคน (แล้วก็หลุดออกไปได้)

      เง้อจามีใครเชื่อมั่งหนิว่า เที่ยง 16 นาทีแล้วเรายังไม่อาบน้ำเลย แหวะ ว่าแล้วก็ไปอาบน้ำก่อนดีก่า...

      
 

08 February

ตื่นซะทีดิ เด็กขี้เซา

 

Sleep

ตอนนี้กี่โมงแล้วหรอ.... 

     อีกกี่ชั่วโมงจะสว่าง อีกกี่นาทีนาฬิกาปลุกจะปลุกเราจากฝันร้ายๆ นี้ซักที ไม่อยากจะตกใน  สภาพฝันแบบนี้เลย ยาวนานนะค่ำคืนนี้หนะ เรานอนตอนไหน ฝันเมื่อไหร่ ทำไมมันช่างดูยาวนานจัง

     ทำไมเราต้องหลอกตัวเอง รู้ทั้งรู้ว่าจริงๆ มันเป็นยังไง รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีใครสนใจเราด้วยซ้ำ แกล้งไปสิแกล้งบอกตัวเองว่าเรามีคนที่แสนดี มีคนที่ห่วงใย มีคนที่เขาอยากเอาใจใส่ มีคนที่ชอบ มีคนรัก ความเจ็บ ความทรมานที่เกิด ต่างมาจากตัวเอง ต่างมาจากความเข้าใจผิดของตัวเองคนเดียว มีความสุขดีมะ กะการพยายามสร้างความสุขให้คนอื่น โดยที่เขาไม่ได้สนอกสนใจสิ่งที่เราทำแม้แต่น้อย เมื่อไหร่จะโต เมื่อไหร่จะฉลาด ......เมื่อไหร่จะตื่น... 

    หัดยอมรับบ้างสิว่าตอนนี้แกกะลังเหนื่อย แกกะลังท้อ และแกก็ต้องการพักผ่อน นานมากนะกะฝันครั้งนี้ ยอมรับตัวเองซะทีเถอะว่ามันไม่มีอะไร มันไม่เคยมีอะไรด้วยซ้ำ จะเช้าแล้วนะ ปล่อยให้มันหายไปกับคืนหนาวๆ คืนนี้เถอะ ไม่กี่ชั่วโมงแดดอ่อนๆ กะลังจะทอตัวมาทางหน้าต่าง นำความอบอุ่น ไล่ความเหน็บหนาวที่มีตลอดทั้งคืนให้กับแก
แล้วก็เตรียมพร้อมเจอสิ่งใหม่ๆ เริ่มชีวิตในวันใหม่ กับสิ่งที่มันมีอยู่จริงๆ

 

 

13 January

เที่ยงของวันศุกร์

 

เฮ้อ.......ไหงเป็นงี้หว่า

     เที่ยงๆ ของวันศุกร์ (ที่จาสุขดีมั้ยหว่า)  เดินออกจากห้องสอบได้ไม่ค่อยจาโอเคเลย อ่านน้อย และแน่นอนรวมถึงข้อสอบที่ทำได้ก็น้อยด้วย ไหงเป็นงี้ตลอดเลยหว่าไอ้ที่อ่านที่เกร็งๆ อาจารย์ไม่เอาไปออก เฮ้อ...
     
     กลับมาถึงห้องยังมีเรื่องให้ต้องคิดอีก บริษัทก็เร่งๆ ให้ส่งงาน โทรตามตั้งกะเมื่อวาน วันนี้ก็มีสอบ จาเอาเวลาไหนไปทำอ่าหนิ เฮ้อ.... ทำไงดีหว่าบริษัทจายังจ้างเราต่อ
     
     อืมม... แต่ไงซะ วันนี้ก็ยังพอมีเรื่องดีๆ บ้างแหละ ก็เย็นนี้มีนัดดูหนังหนิ จาเป็นไรหว่า ตื่นเต้นหน่อยๆ 
     
     ไงซะก็เร่งๆ ทำงางบริษัทดีก่า ได้แค่ไหนก็คงส่งแค่นั้นอ่ะ ว่าไงก็ต้องยอมรับอ่ะ เพราะความนี้ก็ความผิดเราเต็มๆ อ่ะ เฮ้อ........ สุขอย่างชื่อวันมั้ยหนิเรา
 
 

 

05 January

ปวดหัวจัง

 

 

4 โมงกว่าของวันที่ 5 ของเดือนใหม่ พร้อมปีใหม่

     เป็นไรไปหว่าวันนี้อยู่ดีๆ ก็เกิดปวดหัว เจ็บคอ แล้วก็แสบๆ จมูก หวัดก็เป็นไปแล้วหนิ ไหงจามาเป็นอีกหล่ะหนิ เฮ้อ.... ไม่ดีเอาซะเลย ไม่ไหวๆ กินยาก็เริ่มๆ เพลียๆ ทำไรต่อไม่ได้ละ ไงก็ขอตัวนอนก่อนแหละ

 
Photo 1 of 8